26 พฤษภาคม 2020

เที่ยวเมืองแพร่

เมืองแพร่ เปิดประตูสู่เมืองล้านนา

เมืองแพร่ หรือ “เวียงโกศัย” หัวเมืองสำคัญของล้านนามาตั้งแต่อดีต มีประวัติศาสตร์ที่ต่อเนื่องยาวนาน เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมประเพณีอันงดงาม ตึกรามบ้านช่องวัดวาอารามโดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมอันวิจิตรบรรจงสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แพร่เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ดึงดูดชักชวนให้ผู้คนไปสัมผัสไปเยือนสักครั้ง เมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบอันเป็น ประตูเมืองแห่งล้านนาคือมีธรรมชาติที่สวยงามและบริสุทธิ์ มีเรือนไม้โบราณอีกทั้งของสะสมล้ำค่าให้เยี่ยมชม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวจิตใจ วัดวามากมายให้แวะสักการะ เพื่อมงคลแก่ชีวิต แล้วไป เที่ยวเมืองแพร่ กันเลย

วัดพระธาตุช่อแฮอารามหลวง

แน่นอนเลยครับสถานที่แรกที่ผมจะขอแนะนำเลยก็คือ วัดพระธาตุช่อแฮ ซึ่งเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่ เมืองแพร่ เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า องค์พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ศิลปะเชียงแสน ทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้ 12 บุด้วยทองดอกบวบหรือทองจังโก สำหรับชื่อพระธาตุช่อแฮนั้น บ้างว่าได้มาจากชื่อผ้าแพรชั้นดี ทอจากสิบสองปันนา และชาวบ้านนำมาผูกบูชาพระธาตุ เป็นพระธาตุ 1 ใน 12 ราศี เป็นพระธาตุประจำปีเกิด สำหรับคนที่เกิดปีขาลตามคติความเชื่อของทางภาคเหนือ หากนำผ้าแพรสามสีไปถวายจะทำให้ชีวิตมีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรูได้

ทุกปีจะมีประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน จะเริ่มขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำเดือน 4 ใต้ เดือน 6 เหนือ ของทุกปี ยึดถือตามจันทรคติเป็นหลัก หรือประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนมีนาคม ด้วยความเชื่อว่าในช่วงระยะเวลาดังกล่าวพระบรมสารีริกธาตุจะแสดงปาฏิหาริย์ แผ่บารมีที่เป็นสิริมงคลยิ่งแก่ผู้มาสักการะ จึงมีการทำพิธีสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น จนเป็นงานประเพณีประจำปีอันยิ่งใหญ่ของจังหวัดแพร่ มีขบวนแห่งตุงหลวงถวายองค์พระธาตุและมหรสพตลอดงาน

พระธาตุอินทร์แขวนมหาโพธิสัมฤทธิ์

ในจังหวัดแพร่มี พระธาตุอินทร์แขวนมหาโพธิสัมฤทธิ์ ประดิษฐานอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาโพธิวงศาจริยาราม พุทธอุทยานดอยผาสวรรค์เฉลิมพระเกียรติ ร.9 หรือเรียกสั้นๆว่า พุทธอุทยานดอยผาสวรรค์ ที่บ้านนาคูหา ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ห่างจากตัวเมืองแพร่ประมาณ 25 กม.

แต่เดิมบริเวณนี้เป็นป่ารกทึบมีชะง่อนผากระจายอยู่ทั่วไปต่อมาหลวงปู่พระมหาโพธิวงศาจารย์อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร ได้รับมอบที่ดินแห่งนี้ให้จัดตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมและท่านได้ริเริ่มสร้างปูชนียสถานขึ้นโดยได้สร้างพระธาตุอินทร์แขวนองค์จำลองขึ้นประดิษฐานอยู่บนยอดหินผา เพื่อให้เป็นหลักชัยในการประพฤติปฏิบัติธรรมในทางพุทธศาสนาตั้งแต่ พ.ศ.2550 เป็นต้นมา

พระธาตุอินทร์แขวนแห่งเมืองแพร่นี้ตั้งเด่นเป็นสีทองท่ามกลางขุนเขาเขียวขจีสดชื่นยิ่งนักการจะขึ้นไปนมัสการพระธาตุอินทร์แขวนจะต้องเดินจากบริเวณลานจอดรถขึ้นบันไดไปประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงบริเวณองค์พระธาตุเราสามารถเข้าไปกราบไหว้ได้อย่างใกล้ชิด
อีกทั้งยังสามารถชมทิวทัศน์ของขุนเขาจากบริเวณองค์พระธาตุได้ด้วย

วนอุทยานแพะเมืองผี

 หนึ่งในสถานที่ ที่น่าสนใจทางธรรมชาติของเมืองแพร่ เมื่อครั้งในอดีตกาลนานมาแล้ว ชาวบ้านขนานนามว่า เป็น “แพะเมืองผี ” ไม่มีผู้ใดทราบ ประวัติเป็นที่ แน่นอน แต่ได้เล่าสืบทอดกันมาว่า แต่ก่อนบริเวณป่าแห่งนี้ เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธ์ไม้ใหญ่ขึ้นอยู่หนาแน่นและสัตว์ป่า น้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก ในสมัยนั้นมีครูบาปัญโญ ฯ เป็นเจ้าอาวาสวัดน้ำชำ ตำบลน้ำชำ

ซึ่งชาวบ้านได้พร้อมใจกันนิมนต์มาเป็น เจ้า-อาวาสองค์แรกของวัดน้ำชำและได้บอกเล่าประวัติแพะเมืองผีสืบทอดติดต่อกันมาว่า มีหญิงชราคนหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ ย่าสุ่ม ” เข้าไปหาผัก หน่อไม้ เป็นอาหาร แต่หลงป่าแล้วไปพบหลุมเงิน ทองคำ จึงได้นำเงิน และทองคำ ใส่ถุงแล้วเตรียมหาบ จะกลับบ้าน เสร็จแล้วเกิดหลงป่าอีก โดยไม่สามารถนำเอาหาบเงิน ทองคำ ออกมาได้ ย่าสุ่มจึงวางหาบจะกลับบ้านเสร็จแล้วเกิด หลงป่าอีก โดยไม่สามารถนำเอาหาบเงิน ทองคำออกมาได้ ย่าสุ่มจึงวางหาบแล้วหาไม้มาคาดเป็นราว (ราวไม้)

ต่อมาออกจากป่าจน ถึงบ้านและ เดินกลับไปราวไม้ที่คาดไว้เป็นแนวทางไว้ ซึ่งปัจจุบันเป็นร่องทางน้ำพบเห็นได้ เป็นแนวออกไปทางบ้านน้ำชำ ทิศตะวัน ออกของ แพะเมืองผี ย่าสุ่ม จึงได้ชักชวนชาวบ้านให้เข้าไปด้วยปรากฏว่า ชาวบ้านก็ได้ติดตามย่าสุ่มเข้าไปถึงจุดที่ ย่าสุ่มวางหาบไว้แต่ ไม่พบเงินและทองคำ ในหาบแต่อย่าใด ไม่รู้ว่าหายไปได้อย่างไร ชาวบ้านจึงขนานนามสถานที่นั้นว่า “ แพะย่าสุ่มคาดราว ” และได้ช่วยกันค้นหา พบรอยเท้าคนเดินและชาวบ้านได้เดินตามรอยเท้าเหล่านั้นไปจนกระทั่งมาถึงพื้นที่ซึ่งชาวบ้าน ขนานนามว่า “ แพะเมืองผี ” ภาษาพื้นเมืองทางภาคเหนือคำว่า “แพะ ” ในที่นี้หมายถึงป่าแพะนั่นเอง ส่วนคำว่าเมืองผีก็เป็นชื่อ ที่ชาวบ้านเรียก กันสืบมาในสมัยดึกดำบรรพ์ โดยอาจจะเห็นว่าป่าแพะตรงนี้มีลักษณะพิศดาลของภูมิประเทศและเพราะความเร้นลับตามเรื่องราว

คุ้มเจ้าหลวง

สถานที่เก่าแก่โบราณนับร้อยปีที่อยู่คู่เมืองแพร่มายาวนานโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป หรือที่เรียกกันว่า “ทรงขนมปังขิง” ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2435 โดยเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ เจ้าเมืองแพร่องค์สุดท้าย เป็นอาคารสีเขียวอ่อน 2 ชั้น ก่อด้วยอิฐฉาบปูน หลังคาทรงปั้นหยา เชิงชายประดับด้วยไม้แกะฉลุสลักลวดลายอย่างประณีตสวยงามโดยเฉพาะโครงสร้างอาคารพิเศษตรงที่ไม่มีเสาเข็มใช้เพียงไม้ซุงเนื้อแข็งรองรับฐานเสาทั้งหลัง ภายในอาคารโอ่โถง หรูหรา และยังคงมีข้าวของเครื่องใช้ในอดีตของเจ้าหลวงที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์

ส่วนใต้ถุนเป็นคุกใต้ดินลึก 2.30 เมตร สำหรับขังทาสและนักโทษในพื้นอาคารชั้น1 จะสังเกตเห็นว่ามีช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กหลายๆ ช่องที่สามารถเปิดปิดได้ ช่องนั้นทำไว้สำหรับสอดส่องและหย่อนอาหาร ลือกันว่าหลังกบฏเงี้ยวเมืองแพร่ พ.ศ.2445 เจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ลี้ภัยไปอยู่หลวงพระบาง คุ้มจึงถูกทิ้งร้าง แต่ตำนานอันน่าสะพรึงกลัวและอาถรรพ์ลี้ลับยังคงถูกเล่าสืบมาจนถึงทุกวันนี้

คุ้มวงศ์บุรี

ภายใต้ตัวอาคารสีชมพูหวานสมฉายา“บ้านสีชมพู” ของ “คุ้มวงศ์บุรี” บนถนนหลังจวนผู้ว่า สี่แยกพระนอนเหนือนั้นถูกออกแบบในรูปแบบสถาปัตยกรรมเรือนขนมปังขิงตามความนิยมกันในสมัยรัชกาลที่ 5 ในอดีตเคยเป็นคุ้มเจ้านายเมืองแพร่ ผู้สืบเชื้อสายมาจากเจ้าฟ้าชายสาม จุฬามณีศิริเมฆภูมินทร์แห่งเชียงตุง“ราชวงศ์มังราย” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2440 ตามดำริของเจ้าแม่บัวถา ชายาองค์แรกของเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ซึ่งเป็นเจ้าหลวงองค์สุดท้ายของเมืองแพร่

ภายในจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้เก่าแก่ของตระกูลที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ได้แก่ เครื่องเรือน เครื่องเงิน เครื่องปั้นดินเผา เอกสารสำคัญ เช่น เอกสารการซื้อขายทาสที่มีอายุกว่า 100 ปี เอกสารการสัมปทานป่าไม้ ตั๋วรูปพรรณช้าง ตั๋วรูปพรรณวัว ด้วยความสวยงามโดดเด่นทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ บ้านวงศ์บุรีได้รับการยกย่องให้เป็น“อาคารอนุรักษ์ดีเด่น” ประจำปี 2536 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ละคร และสารคดีทั้งไทยและต่างประเทศอีกด้วย

บ้านทุ่งโฮ้ง

บ้านทุ่งโฮ้ง

 แหล่งช๊อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองหม้อฮ่อม ผ้าย้อมพื้นเมืองสีกรมท่าที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชาวเมืองแพร่  ที่โด่งดังไปทั่วประเทศ จนมีคำกล่าวว่า“ใครมาเมืองแพร่ต้องซื้อ หม้อห้อม” บ้านทุ่งโฮ่ง ตั้งอยู่ในตัวอำเภอเมืองแพร่ถือได้ว่าเป็นแหล่งผลิตที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุด มีร้านขายเสื้อผ้าหม้อฮ่อมตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก

เมื่อเราเริ่มเข้าสู่ตัวเมืองแพร่มายังบ้านทุ่งโฮ่งจะได้พบกับถนนสายหม้อฮ่อม ที่เต็มไปด้วยผ้าหม้อฮ่อม ชุดพื้นเมือง และชุดมัดย้อมสวยๆมากมาย  ตลอดสองข้างทางกว่า 4 กิโลเมตร ถูกใจร้านไหนก็จอดรถหน้าร้านลงช้อปกันได้  จุดเริ่มต้นของการเลือกซื้อหม้อฮ่อม คือ ที่โรงเรียนบ้านทุ่งโฮ่งซึ่งในถนนช่วงนี้จะเน้นเสื้อผ้าที่เป็นหม้อฮ้อมอย่างเดียวดีไซน์แบบดั้งเดิมหน่อยแบบและราคาจะคล้ายๆกัน อาจมีเพิ่มดีไซน์บ้าง

กาดกองเก่า

แม้ว่า เมืองแพร่ เป็นเมืองเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์มากมาย ไม่ว่านะเป็นวัฒนธรรมประเพณี วัดวาอาราม ผู้คน อาหารการกิน สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย กาดกองเก่า เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จะทำให้ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวแพร่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองแพร่ที่ห้ามพลาด ซึ่งจะมีแค่วันเสาร์เท่านั้น ตลาดจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม กาดกองเก่านั้นตั้งอยู่บนถนนคำลือ เป็นย่านบ้านเรือนที่ยังคงเป็นอาคารเก่า โดยกาดกองเก่าจะเริ่มตั้งแต่สี่แยกพระนอนเหนือถึงสี่แยกพระนอนใต้

กาดกองเก่าแห่งนี้เป็นตลาดที่เกิดจากการร่วมมือกันของคนในชุมชนหลายๆกลุ่มมารวมกันซึ่งเป็นการทดลองในแนวคิด “แพร่ เมืองแห่งความสุข” จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ค้าขายสินค้าในท้องถิ่น กิจกรรมสันทนาการของคนในชุมชน เป็นแหล่งพบปะของคนเมืองแพร่ และเป็นแหล่งถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์ ทำให้เกิดเป็นตลาดที่อนุรักษ์ความเป็นแพร่ไว้อย่างมาก สินค้าที่นำมาขายล้วนเป็นของพื้นเมืองทั้งสิ้น เช่น เสื้อผ้าพื้นเมือง ของกินพื้นเมือง และสินค้าอื่นๆ อีกจำนวนมากมาย โดยพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้ามาขายล้วนเป็นคนในชุมชน

จะได้เห็นถึงเสน่ห์ของกาดกองเก่าเห็นถึงความน่ารักของพ่อค้าแม่ค้า คำทักทายที่เป็นคำเมือง หน้าตายิ้มแย้มรอยยิ้มที่เป็นมิตร พ่อค้าแม่ค้าและชาวเมืองต่างใส่เสื้อหม้อห้อม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของของจังหวัดแพร่ที่เห็นได้เด่นชัด ป้ายร้านต่างๆจะถูกเขียนด้วยผ้าด้ายดิบ

นอกจากนี้แล้ว “เมืองแพร่” ยังมีสถานที่น่าสนใจให้แนะนำอีกมากมาย ผู้หลงใหลในงานศิลป์ นิยมของสะสม หรือผู้รักสงบ ชอบเข้าวัดทำบุญ
เตรียมลางานไว้ได้เลย แล้วไปแอ่วแพร่กัน

อ้างอิงจาก traveloka,paiduaykan

ติดตามสถานที่เที่ยวอื่นๆ ได้ที่ : เที่ยวกันไหม

สนับสนุนโดย slotxo