26 พฤษภาคม 2020
สวนนงนุช

สวนนงนุช

สวนนงนุช

สวนนงนุช เป็นสถานพักผ่อนหย่อนใจที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ภายในสวนมีบ้านทรงไทย สวนไม้ดอก ไม้ประดับ นานาชนิด สวนกล้วยไม้ สวนกระบองเพชร และสวนพฤกษชาติอื่น ๆ ภายใต้แนวคิดที่จะ จัดสวนให้คนมาเที่ยว ดังนั้นจึงเปลี่ยน สวนผลไม้ ให้เป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับ รวมถึงได้สร้างสิ่งปลูกสร้างและสิ่งอำนวย ความสะดวกต่างๆ ไว้ให้บริการสำหรับ นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่สนใจที่จะเข้ามาเที่ยวชมสวน มีบริการเรือ- ชนิดต่าง ๆ ให้เช่าพาย เล่นในสระ มีสัตว์หลายชนิดเลี้ยงไว้ให้ชม มีศูนย์แสดง

ศิลปวัฒนธรรมไทยสำหรับ นักท่องเที่ยว จัดแสดง การฟ้อนรำพื้นเมือง ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว (กระบี่กระบอง ฟันดาบ) กีฬา พื้นเมือง และการแสดง ของช้าง  ในปัจจุบันสวนนงนุชพัทยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับแนวหน้า โดยมีผู้เข้าเยี่ยม ชมประมาณ วันละ 2,000 คนเพราะสวนนงนุชเองมีการปรับปรุงและพัฒนารูปแบบของสวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้ที่เข้า มาเยี่ยมชมรู้สึกประทับใจ ในความงดงามของสวนสวยแห่งนี้

นื่องจากสวนนงนุชมีพื้นที่กว้างขวางมาก มีสวนและสถานีให้แวะหลากหลายจุด  การเที่ยวชมสวนให้ทั่วเป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้น สนใจ ชมสวนแบบใดก็มาร์คจุและมุ่งหน้าไปตามแผนที่ที่ได้รับจากแจก จากจุดประชาสัมพันธ์ ซึ่งการมาเที่ยวที่นี่ควรมาแต่เช้า เนื่องจากช่วงเที่ยวแดดจะร้อนมากอาจจะทำให้เหนื่อยและเที่ยวได้น้อยลง การเข้าชมอาจจะขับรถส่วนตัวไปยังจุดต่างๆ แล้วจอดรถ ไว้ยังจุดจอดรถ แล้ว เดินโดยใช้ทางเดินลอยฟ้าไปยังจุดต่างๆก็ได้  หรือใช้บริการรถรถนำเที่ยวของสวนนงนุช หรือสำหรับใครที่ชอบปั่นจักรยานก็มีให้เช่าเป็นรายชั่วโมง

เป็นมากกว่าคำว่าสถานที่ท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไปกับ สวนนงนุช ถ้าจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเก๋าของ สวนนงนุชก็ต้องปูทางไปไกลกันเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2497  ที่คุณพิสิฐและคุณนงนุช ได้เริ่มซื้อที่ดินมาทำสวนผลไม้เสียก่อน ก็ประมาณ 1,000กว่าไร่ค่ะ ต่อมาก็ได้เปลี่ยนแปลงจัดเป็นสวนให้คนมาเที่ยวชมตามความชื่นชอบดอกไม้ต้นไม้ของคุณนงนุช และเริ่มเปิดตัวมาเมื่อปี 2523 นับถึงปีนี้ก็อายุร่วม 37 ปีเข้าไปแล้ว นับว่าอยู่มานานขนาดนี้ สวนนงนุชก็เก๋าระดับรุ่นใหญ่เลยทีเดียว

ประวัติสวนนงนุช

ปีพุทธศักราช 2497 (ค.ศ.1954) คุณพิสิฐและคุณนงนุช ตันสัจจา ได้ซื้อที่ดินจำนวน 1,500 ไร่ (600 เอเคอร์) หลักกิโลเมตรที่ 163 ระหว่างพัทยา-สัตหีบ เป็นสวนผลไม้ เช่น มะม่วง ส้ม มะพร้าว และ อื่น ๆ ต่อมาคุณนงนุช ได้เดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศกับเพื่อนๆ และได้ประทับใจในสวนสวยงาม ประกอบทั้งเป็นคนชอบดอกไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้เกิดมีแนวความคิดที่จะ จัดสวนให้คนมาเที่ยว ดังนั้นจึงตัดสินใจเปลี่ยนสวนผลไม้เป็นเป็นสวนไม้ดอกและไม้ประดับ และได้ปลูกสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น บ้านทรงไทย บ้านกระท่อม บ้านแบบทาวน์เฮาส์ สระว่ายน้ำ ห้องอาหาร และห้องจัดเลี้ยง สัมมนา สำหรับให้บริการกับนักท่องเที่ยว

สวนนงนุช ได้เปิดอย่างเป็นทางการในปี พุทธศักราช 2523 (ค.ศ.1980) จัดให้มีการแสดงศิลปวัฒน-ธรรมไทยและการแสดงช้างแสนรู้ ในโรงแสดง ซึ่งรอบล้อมไปด้วยสวนสวยงาม ทุกวัน จากนั้น ประมาณ 6 ปีให้หลัง คุณนงนุช ตันสัจจา ได้มอบการบริหารงานให้ลูกชาย คือ คุณ กัมพล ตันสัจจา แต่คุณนงนุช เองท่านยังคงทำงานในสิ่งที่ท่านชอบ และใช้เวลาไป-มา ระหว่างกรุงเทพฯ สวนนงนุช แคมป์ปิ้ง รีสอร์ท ที่ปราจีนบุรี ซึ่งได้เปิดให้บริการแล้ว เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 และ สวนผลไม้ที่เชียงราย

ปัจจุบันนี้ สวนนงนุช พัทยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับแนวหน้าในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก เข้าเยี่ยมชมประมาณวันละ 2,000 คน ซึ่งก็สืบเนื่องมาจาก สวนนงนุช ได้ปรับปรุงและพัฒนาสวนให้สวยงามอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา

รายการแสดงในส่วนของโรงละคร

ประกอบด้วยการแสดง  จำนวน 7 ชุด: 7 ชุด ไม่ต้องกลัวเบื่อ เพียง 30 นาทีเท่านั้น

  • ชุดวัฒนธรรมไทย 4 ภาค
  • ชุดชกมวยไทย                  
  • ชุดตีกลองสะบัดไชย        
  • ชุดแห่นาค
  • ชุดนางอัปสรา                    
  • ชุดวัฒนธรรมไทบ ลุ่มแม่น้ำโชงผสมผสานศิลปะจะวันตก          
  • ชุดยุทธหัตถี
รายการแสดงโรงละครสวนนงนุช
รายการแสดงโรงละครสวนนงนุช

การแสดงโชว์ช้างแสนรู้ 

โดยการโชว์ช้างแสนรู้มีการแสดงทั้งหมด 8 ชุด คือ

  • ช้างปาลูกโป่ง
  • ช้างปั่นจักรยาน    
  • ช้างวาดรูป
  • ช้างอุ้มคนเดิน
  • ช้างชู้ตบาส
  • ช้างโยนโบว์ลิ่ง
  • ช้างเต้นระบำ
  • ช้างข้ามคน
การแสดงโชว์ช้างแสนรู้

หุบเขาไดโนเสาร์

ในปี พ.ศ. 2560 สวนนงนุชได้ทำการปรับแต่งพื้นที่บริเวณรอบข้างสวนฝรั่งเศสใหม่ในลักษณะของหุบเขา เพื่อที่จะตกแต่งด้วยต้นไม้ และปูนปั้น เราจึงทดลองปั้นไดโนเสาร์ชนิดแรกในสวนนั่นก็คือ ไทรเซอราทอปส์ ก่อนจะมีเพิ่ม 2 ถึง 3 ตัว ผลปรากฏว่านักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้ามาถ่ายรูป และชื่นชอบในงานฝีมือปูนปั้นไดโนเสาร์เป็นอย่างมาก จากเหตุนี้ทำให้สวนนงนุชเนรมิตหุบเขานี้ให้กลายเป็นหุบเขาไดโนเสาร์ภายใต้ความคิดที่ว่า ไดโนเสาร์ทุกตัวจะมาจากข้อมูลอ้างอิงรูปลักษณ์ที่เหมือนที่สุดเท่าที่จะทำได้ สีจะต้องเป็นสีที่ให้อารมณ์ใกล้เคียงกับชนิด และที่อยู่อาศัยมากที่สุด

สายพันธุ์จะต้องหลากหลายตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด ขนาดจะต้องเท่ากับฟอสซิลที่มีการบันทึกไว้ตามจริง จึงทำให้ปัจจุบันเรามีไดโนเสาร์มากกว่า 40 ชนิด และบางสายพันธุ์ก็ยังไม่มีช่างฝีมือท่านใดในโลกเคยปั้นมาก่อน เสมือนเราสร้างจินตนาการให้เป็นความจริง เนรมิตสิ่งที่สูญพันธุ์ไปแล้วกลับขึ้นมาใหม่ ทำให้สิ่งที่อยู่ในหนังสือเหมือนมีชีวิต และทำให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ง่ายต่อการเข้าใจ สมบูรณ์แบบ และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

หุบเขาไดโนเสาร์

สิ่งที่คุณจะได้รับกลับไปจาก “นงนุช ไดโนเสาร์ 

เมื่อคุณเข้าสู่ สวนนงนุช พัทยา เนื่องจากสถานที่แห่งนี้กว้างขวางมาก และภายในได้แบ่งออกเป็นหลายโซน ดังนั้น จึงขอแนะนำให้คุณใช้บริการรถราง เพื่อนำพาคุณไปชมโซนต่างๆ โดยจ่ายค่าตั๋วบริการรถราง คนละ 50 บาท (จ่ายเพียงครั้งเดียวแต่สามารถเก็บบัตรไว้ใช้ได้ตลอดวัน) คุณอาจจะแวะเที่ยวในโซนอื่นๆ ที่น่าสนใจก่อนก็ได้ หรืออาจจะตั้งเป้าหมาย ไปสู่โซนหุบเขาไดโนเสาร์ตามความตั้งใจเลย ก็ได้เช่นกัน

ใครที่เคยได้ดูภาพยนตร์ Jurassic World คงจะนึกภาพออกถึงดินแดนที่รายล้อมไปด้วยไดโนเสาร์มากหน้าหลายตา โซนหุบเขาไดโนเสาร์ ของที่สวนนงนุชแห่งนี้ ก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างกัน ด้วยความอลังการของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า จะทำให้คุณร้องโอ้วว้าว นี่มันดินแดนในยุคจุลสิคพาร์คชัดๆ แทบจะรอช้าไม่ไหว ต้องรีบเข้าไปบุกตะลุย สัมผัสกับบรรยากาศอันน่าตื่นตาตื่นใจ ของดินแดนแห่งนี้กันเลยทีเดียว

ค่าธรรมเนียม

  1. บัตรผ่านประตูชมสวน ท่านละ 150 บาท (เด็กสูง 90 – 130 ซม. 80 บาท)
  2. ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย 4 ภาค ท่านละ 250 บาท
  3. ชมการเเสดงช้างแสนรู้ ท่านละ 250 บาท
  4. ราคาแพ็คเกจหน้าประตู (บัตรผ่านประตูชมสวน + ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย 4 ภาค + ชมการเเสดงช้างแสนรู้ ท่านละ 400 บาท (เด็กสูง 90 – 130 ซม. 250 บาท)

  เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำ : บุฟเฟ่ต์แซลมอน

กีฬาฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมสากลระดับโลก : ริคาร์โด้ กาก้า