20 กันยายน 2020
กรุงเทพมหานคร

10 สถานที่เที่ยวไม่ลับในเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร

หากมองว่าเมืองเราของ กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองที่ผู้คนหนาแน่น การจราจรติดขัด วุ่นวาย ก็คงไม่ต่างจากความเป็นจริงเสียเท่าไหร่ แต่เมืองหลวงแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามาทำงานอยู่เสมอ แต่หากจะพูดถึงแต่ความวุ่นวายก็ดูจะเป็นการใส่ร้ายที่เกินจริงไปเสียหน่อย เพราะกรุงเทพมหานครแห่งนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย แถมอาหารเจ้าเด็ดยังเยอะอีกด้วย

1.ตลาดนัดจตุจักร

ตลาดนัดจตุจักร หรือ ตลาดนัดสวนจตุจักร (Jatujak Market) หรือที่เรียกกันอย่างย่อ ๆ ว่า JJ Market เป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร มีจำนวนแผงค้าทั้งหมดมากกว่า 8,000 แผงค้า แบ่งเป็น 27 โครงการ มีสินค้า 8 ประเภท ได้แก่ ผักและผลไม้ เสื้อผ้า สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ อาหารปรุง อาหารสำเร็จรูป อาหารสด และเบ็ดเตล็ด ตลาดแห่งนี้มีความเป็นมายาวนานกว่า 60 ปี ทุกจุดของร้านขายจะมีร้านอาหารต่าง ๆ ให้นักช้อปได้พักตามใจชอบ ตามทางเดินของร้านบางจุดก็อาจจะพบเห็นกับบรรยากาศจากการแสดงหลายอย่าง เช่น ร้องเพลง เล่นดนตรีสด รำไทย การละเล่นดนตรีไทย และอีกมากมายให้คุณได้บันเทิงไปพร้อมกัน

2. ถนนเยาวราช

เป็นถนนสายหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ระยะทางความยาวตลอดเส้นทางประมาณ 1,510 เมตร ได้รับการกล่าวขานและขนานนามว่าเป็น “ถนนมังกร” โดยมีจุดเริ่มต้นของหัวมังกรที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบริเวณวงเวียนโอเดียน ท้องมังกรอยู่ที่บริเวณตลาดเก่าเยาวราชและสิ้นสุดปลายหางมังกรที่บริเวณปลายสุดของถนน บริเวณถนนเยาวราชเป็นแหล่งชุมชนชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนเป็นจำนวนมาก จัดเป็นย่านธุรกิจการค้า, การเงิน การธนาคาร, ร้านทอง, ภัตตาคาร ร้านอาหาร, ร้านค้า ฯลฯ รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครโดยได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไชนาทาวน์แห่งกรุงเทพมหานคร” จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและถือว่าเป็นไชนาทาวน์หรือชุมชนชาวจีนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

กรุงเทพมหานคร

3. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวังเช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยอยุธยา และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองของแผ่นดินสยาม

อัตราค่าเข้าชม 

  • คนไทยเข้าชมฟรี ชาวต่างชาติ 500 บาท ซึ่งรวมบัตรเข้าชมวัดพระแก้วและพระบรมหาราชวัง

เวลาทำการ

  • ทุกวัน 08.30-15.30 น

4. มหานคร สกายวอล์ค

เป็นแลนด์มาร์คใหม่มาแรงในกรุงเทพฯ ตอนนี้ สำหรับ มหานคร สกายวอร์ค ซึ่งอยู่บนชั้น 78 ของคิง เพาเวอร์ มหานคร ในกลางเมืองย่านสาธรเลย จุดเด่นประกอบด้วยหนึ่งในพื้นกระจกลอยฟ้าที่กว้างที่สุดในโลกที่ชั้น 78, ลิฟต์ที่เร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, และวิวแบบ 360 องศา ที่สามารถเห็นไปจนถึงเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ พบกับประสบการณ์บนหนึ่งในพื้นกระจกลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ความสูง 310 เมตร จากชั้น 78 เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบความตื่นเต้นเร้าใจ พร้อมถ่ายภาพเมื่อยืนอยู่บนพื้นกระจกลอยฟ้าเหนือกรุงเทพฯ และวิวจากมุมสูงของเส้นขอบฟ้า ผู้เข้าชมต้องสวมถุงหุ้มรองเท้าและเก็บสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายบนพืนกระจกได้ เช่น โทรศัพท์มือถือ พวงกุญแจหรืออื่น ๆ

5. วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร

วัดใหญ่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า “วัดมะกอก” แต่เมื่อครั้งสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีพระราชประสงค์ย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรี โดยกรีธาทัพมาทางชลมารค และมาถึงหน้าวัดมะกอกเอารุ่งสาง จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดแจ้ง” จวบจนสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 เถลิงถวัลยราชสมบัติ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จ พระองค์เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 จึงทรงดำเนินการปฏิสังขรณ์ต่อจนเสร็จ โดยพระราชทานนามวัดว่า “วัดอรุณราชวราราม” และกลายเป็นวัดประจำรัชกาลในพระองค์

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมพระปรางค์วัดอรุณฯ ควรแต่งกายอย่างสุภาพ และใช้ความระมัดระวังในการเดิน เพราะบันไดค่อนข้างสูงและชัน และบางช่วงก็ค่อนข้างแคบ รวมถึงไม่ควรสัมผัสหรือทำการใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์พระปรางค์ทั้งสิ้น

เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.30-17.30 น. (คนไทยเข้าชมฟรี นักท่องเที่ยวต่างชาติเสียค่าเข้าคนละ 40 บาท)

6. บ้านบางเขน

เที่ยวกรุงเทพแห่งใหม่ ในเขตบางเขน ตรงข้ามกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เขตบางเขน (ราบ 11) เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวในอดีตที่จะพาย้อนวันวานไปยังยุค 90’s ราวกับว่าเราได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาอย่างไงอย่างนั้น ภายในรวบรวมของเก่า ของสะสมโบราณหลายชิ้น ทั้งข้าวของเครื่องใช้ และมีการจำลองบรรยากาศเก่าๆ 

เปิดให้เข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในโซนร้านค้า และคาเฟ่ จะเปิดบริการตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงประมาณตีสองของทุกวัน 

7. วังพญาไท

พระราชวังพญาไท หรือ วังพญาไท ตั้งอยู่ที่ริมคลองสามเสน ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น พระราชทานนามให้ว่า “พระตำหนักพญาไท” หรือ “วังพญาไท” ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นพระราชวังพญาไทในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ที่มีหอคอยสูงยอดแหลมโดดเด่นเป็นสง่า และแฝงไปด้วยกลิ่นอายความโบราณสุดคลาสสิก ท่ามกลางความทันสมัยกลางกรุง

พระราชวังพญาไท เปิดให้เข้าชมพร้อมวิทยากรอาสาสมัครชมรมคนรักวังฯ พาเดินชมส่วนต่าง ๆ ของพระที่นั่ง และบรรยายให้ความรู้ เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์รอบ 9.30 น. และ 13.30 น.เท่านั้น เพราะบางส่วนมีการบูรณะซ่อมแซม แต่สามารถเข้าชมบริเวณภายนอกได้ในวันธรรมดา

8. ถนนข้าวสาร

ถนนข้าวสาร เป็นถนนในท้องที่แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีระยะทางเริ่มตั้งแต่ถนนจักรพงษ์หน้าวัดชนะสงคราม ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงถนนตะนาวใกล้สี่แยกคอกวัว เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวบันเทิงยามราตรี ที่มีชื่อเสียงลือเลื่องไปไกลทั่วโลก ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่างปักหมุดเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองหลวงของไทย

กรุงเทพมหานคร

9. ตลาดน้ำขวัญเรียม

ตลาดน้ำขวัญเรียมแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นจากแนวคิดที่อยากจะจำลองชีวิตของชาวน้ำ เพื่อให้เป็นที่ระลึกแก่คนรุ่นหลัง ให้ได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตริมน้ำ ทั้งภาพพระที่ออกบิณฑบาตรทางเรือ การทอดผ้าป่าทางน้ำ โดยเฉพาะความเป็นมาอันยาวนานของคลองแสนแสบ ที่อยู่คู่กรุงเทพมหานครมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์

เป็นตลาดน้ำแสนคลาสสิคริมคลองแสนแสบ จากนิยายอมตะที่สร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วหลายเวอร์ชั่น เชื่อมสองฝั่งระหว่างวัดบำเพ็ญเหนือ เสรีไทย 60 และ วัดบางเพ็งใต้ รามคำแหง 187 ด้วยสะพานเรือที่เชื่อมระหว่างวัดบำเพ็ญเหนือและ วัดบางเพ็งใต้ค่ะ ที่นี่จึงเป็นตลาดน้ำแห่งแรกที่มีสะพานเรือเชื่อมต่อวัฒนธรรมสองฝั่งคลองให้อยู่ร่วมกัน

10. ตลาดนัดรถไฟ

แหล่งรวมของคลาสสิคที่เหล่าฮิปสเตอร์ทั้งหลายต้องชอบ ตั้งอยู่ที่ด้านหลังห้างเอสพลานาด รัชดาภิเษก นี่เอง และแน่นอนว่าทั้งร้านอาหารอร่อยไม่เหมือนที่ไหน ร้านรวงขายเสื้อผ้าเด็กแนว รวมไปถึงของตกแต่งบ้านสุดคลาสสิคที่หาจากที่ไหนได้ยากต่างก็มารวมตัวอยู่ที่นี่ค่ะ แถมยังเดินทางสะดวกมากๆ ด้วย MRT เหมาะกับการไปแฮงค์เอาท์ในคืนวันศุกร์มากๆ

โดยจะเปิดทุกวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ ตั้งแต่ เวลา 17.00 น. – 01.00 น. ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก หลังศูนย์การค้าเอสพลานาด รัชดา การเดินทางมาที่สะดวกที่สุด คือการนั่งรถไฟใต้ดิน MRT มายังสถานีศูนย์วัฒนธรรม ขึ้นทางออกที่ 3

อ่านบทความเพิ่มเติม : แนะนำเกมสล็อต Dim Sum Mania ใหม่ล่าสุด

เมื่อต้นบทความเราได้พูดถึงการทำงานในเมืองหลวงกันแล้ว มาดู 9 สาขาวิชา ที่เรียนจบมามีงานแน่นอน เพราะว่าในยุคสมัยนี้นั้น มีนักศึกษาหลายคน ที่เรียนจบมา แล้วกลับหางานทำไม่ได้เลย หรือบางคนก็ได้งานไม่ตรงสาย ที่ตัวเองเรียนมานั่นเอง